ความหมายของวัฒนธรรม
คำว่า วัฒนธรรมเป็นภาษาบาลีและสันสกฤต วัฒน เป็นภาษาบาลี แปลว่า เจริญงอกงาม ส่วนคำว่า ธรรม เป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า ความดี ซึ่งถ้าแปลตามศัพท์ก็คือ สภาพอันเป็นความเจริญงอกงามหรือลักษณะที่แสดงถึงความงอกงาม
วัฒนธรรมเป็นวิถีชีวิตหรือการดำเนินชีวิตของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งหมายรวม ถึงความคิด ศิลปะ วรรณคดี ดนตรี ปรัชญา ศีลธรรม จรรยา ภาษา กฎหมาย ความเชื่อ ขนบธรรม เนียมประเพณี และสิ่งต่างๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น ซึ่งได้ถ่ายทอดให้กับคนรุ่นต่อๆมา เป็นเรื่องของ การเรียนรู้จากคนกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งถ้าสิ่งใดดีก็เก็บไว้ สิ่งใดควรแก้ไขก็แก้ไขกันให้ดีขึ้น เพื่อจะได้ส่งเสริมให้มีลักษณะที่ดีประจำชาติต่อไป ในลักษณะนี้วัฒนธรรมจึงเป็นการแสดงออก ซึ่งความงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีงามของประชาชน
สรุปแล้ว วัฒนธรรมหมายถึงการดำเนินชีวิตของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่แสดงออกถึงความเจริญงอกงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความกลมเกลียว ความก้าวหน้า และศีลธรรมของประชาชน
ความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย
ชาติไทยเป็นชาติที่มีวัฒนธรรมอันดีงามมาแต่โบราณ วัฒนธรรมไทยเรา มีและปฎิบัติกันอยู่ส่วนหนึ่งเป็นเป็นเรื่องของคนรุ่นก่อนๆ หรือบรรพบุรุษของเราได้ถ่ายทอด มายังอนุชนรุ่นหลัง ทำให้เรามีความประพฤติและการปฎิบัติอย่างที่เป็นอยู่ อีกส่วนหนึ่ง จากการที่เรามีการติดต่อกับชาติอื่นๆ เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี หรือเพื่อค้าขาย หรือด้วยเหตุใดก็ตาม วัฒธรรมของชาติที่เราเกี่ยวข้องด้วย มีผลต่อวัฒนธรรมไทยไม่น้อย และชนชาติที่มีอิทธิพล ต่อวัฒนธรรมไทย คือ มอญ ขอม อินเดีย จีน และชาติตะวันตก
หากมองย้อนสู่อดีต เราได้ติดต่อสมาคมกับชาวพื้นเมือง คือมอญและขอม ซึ่งมอญและขอมรับอิทธิพลจากอินเดียเช่นกัน โดยคนไทยเห็นว่าสิ่งใดดีมีประโยชน์ก็นำมา ดัดแปลงกลายเป็นวัฒนธรรมไทย
โดยเฉพาะอิทธิพลของอารยธรรมอินเดีย ปรากฎได้ในด้านศาสนา การปกครอง ขนบธรรมเนียมประเพณี วรรณคดี ศิลปกรรมอย่างกว้างขวาง แต่ในระยะหลังอิทธิพล ของอารยธรรมตะวันตกและจีนมีมากขึ้น
ในด้านศาสนา เรารับศาสนาพุทธมาจากอินเดีย ซึ่งอิทธิพลของศาสนาพุทธ มีต่อคนไทยอย่างมาก ทั้งในด้านการปกครอง และในด้านกิริยามารยาทและความเป็นอยู่จนกลาย เป็นธรรมเนียมไทยไป ส่วนคติความเชื่อในการประกอบพิธีต่างๆของพราหม์ ไทยก็นำมาปฎิบัติ ิไม่น้อย
ในด้านการปกครอง ในสมัยสุโขทัย เรามีการปกครองแบบของตนเอง คือ แบบพ่อปกครองลูก แต่ปลายสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยา มีอิทธิพลของขอมเข้ามาแทรกแซง ทำให้รูป การปกครองได้เปลี่ยนจากแบบพ่อปกครองลูกมาเป็นข้ากับเจ้า หรือบ่าวกับนาย ซึ่งขอมก็รับการ ปกครองจากอินเดียมาอีกทีหนึ่ง โดยถือว่ากษัตริย์เป็นสมมุติเทพ ภายหลังเรารับอารยธรรม ของตะวันตก จึงเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ศิลปกรรม สมัยสุโขทัยมีศิลปกรรมเป็นของตนเอง งดงามและค่อนข้างเป็นแบบ ไทยแท้ แต่เมื่อไทยได้รับพุทธศาสนาลัทธิหินยานนิกายลังกาวงศ์ ศิลปกรรมของลังกาจึงเข้ามา มีอิทธิพลในศิลปของสุโขทัย โดยเฉพาะ เจดีย์ ส่วนคติการสร้างวัด หรือ การสร้างพระพุทธรูป เรารับมาจากอินเดีย พอถึงสมัยอยุธยาอิทธิพลของขอมมีมากในรูปการสร้างพระปรางค์
วรรณกรรม วรรณกรรมของอินเดียมักเกี่ยวกับศาสนา หรือยกย่องเทิดทูน พระมหากษัตริย์ ซึ่งคติความเชื่อในเรื่องนี้มีอิทธิพลต่อวรรณกรรมหรือพื้นฐานความเชื่อของไทย
ภาษา ในสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์อักษร ไทยขึ้นโดย ได้รับอิทธิพลจากอักษรขอมนอกเหนือจาก ภาษาขอมแล้วเรายังนิยมใช้ภาษาบาลี และภาษา สันสกฤตซึ่งเป็นผลจากการเผลแผ่ศาสนาพุทธและศาสนาพราหม์ เมื่อเรารับศาสนาเขา เราก็ รับภาษาเขามาใช้ด้วย สมัยอยุธยาเรารับการปกครองแบบสมมุติเทพมาจากขอม เราจึงรับภาษา ขอมมาใช้มากขึ้น โดยเฉพาะคำราชาศัพท์ ส่วนชาวจีน เราต้องอาศัยในการเดินเรือ ค้าขาย และรับเอาภาษาจีนมาใช้ในการเรียกตำแหน่งต่างๆ ปัจจุบันเรารับเอาภาษาอื่นๆมาใช้บ้าง เพื่อความเข้าใจต่อกันและเพื่อความรู้
หัตถกรรม สมัยพ่อขุนรามคำแหงมีช่างจีนมาสอนทำเครื่องปั้นดินเผา สมัย อยุธยา บางท่านกล่าวว่า เราคงได้ความคิดในการประดิษฐ์ลายประดับมุขของจีน แต่ในปัจจุบัน เรานิยมทำเครื่องถ้วยชามด้วยเครื่องจักรแบบตะวันตกไม่น้อย
ขนบธรรมเนียมประเพณี ไทยในสมัยอยุธยาได้คติความเชื่อจากขอม ที่ถือว่ากษัตริย์เป็นสมมติเทพ ทำให้มีการใช้คำราชาศัพท์และพิธีการต่างๆในราชสำนัก นอกจาก นั้นประเพณีไม่น้ ยได้มาจากอินเดีย เช่น การแต่งงาน เผาศพ ปลูกบ้าน ารตั้งศาลพระภูมิ แต่ อารยธรรมตะวันตกก็ได้เข้ามาผสมผสานในหลายเรื่อง เช่น การแต่งงานแบบไทยแต่เลี้ยงแบบฝรั่ง หรือการจับมือกันแทนการไหว้ในบางโอกาส
ระยะหลัง สังคมไทยมีการติดต่อกับประเทศที่เจริญกว่ามากขึ้น โดยเฉพาะ ประเทศตะวันตก และยิ่งเราติดต่อมากขึ้นเท่าไรเราก็ยิ่งรับอารยธรรมจากเขามากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่า จะในด้านความเชื่อลัทธิ อุดมการณ์ การปกครอง การศึกษา สังคม เป็นต้น วิถีชีวิตที่เคยเป็นอยู่จึงเปลี่ยนไปจากเดิมในหลายด้าน เช่น ในด้านการปกครอง ด้านความเป็นอยู่ (ชายกับหญิงก็เท่าเทียมกันมากกว่าเมื่อก่อน หญิงสามารถทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายได้) ด้านการแต่งกาย ด้านการปลูกสร้าง (มีการใช้วัสดุใหม่ๆ เช่น อะลูมิเนียม ซีเมนต์ เป็นต้น)
สรุปแล้ว วัฒนธรรมไทยในอดีตและปัจจุบันมีอิทธิพลของอารยธรรมต่างชาติไม่มากก็น้อย โดยเราได้เลือกสรร สิ่งที่เป็นประโยชน์ และเข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของคนไทยเป็นการผสมผสานกับวัฒนธรรม ของเราเองที่มีมาแต่เดิม คือ เรายอมรับเอาวัฒนธรรมที่ดีของชาติอื่นที่เราติดต่อด้วยมาเป็นของเราบ้าง ดัดแปลงบ้าง ให้เข้ากับความเชื่อแบบไทยๆ จนเป็นวัฒนธรรมที่มีลักษณะแบบของเราเอง ที่แตกต่างกับชาติอื่นๆ โดยในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้พยายามส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรม ที่ดีงามเหล่านี้ตลอดมา